Back to top
Skip to main content
  • ห้อง
ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ
Call to Reserve: 6622078000
Seasonal Menu

ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ ขอเชิญทุกท่านที่รักและหลงสเน่ห์ในความหลากหลายและความสดใหม่ของวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่น ที่มีต้นกำเนิดมาจากความแตกต่างของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูร้อน และฤดูหนาว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้วัตถุดิบหลักในการทำอาหารเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล และในขณะเดียวกันอาหารญี่ปุ่นก็ได้ชื่อว่าเป็นอาหารจากธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นภูเขา พื้นดิน ท้องทะเล ซึ่งเชฟผู้เปี่ยมประสบการณ์ของห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังคงยึดถือปฎิบัติและยังคงนำแต่วัตถุดิบสดๆตามฤดูกาลมาปรุงเป็นเมนูแสนอร่อย จัดเสิร์ฟให้กับคุณเพื่อให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เสมือนได้ไปทานถึงที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ปลากินดาระ เนื้อฮิดะ ปลากิงกิ ปลาหมึกหิ่งห้อย หน่อไม้ญี่ปุ่นและอีกหลากเมนูที่รอให้คุณมาลิ้มลองกับความอร่อยในบรรยากาศอันผ่อนคลายของห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยวัสุดุหลักจากไม้จนเป็นสไตล์ วาบิซาบิ แฝงแนวคิดที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาของสรรพสิ่ง ความไม่จีรัง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีรากฐานมาจากความเข้าใจในธรรมชาติของพุทธศาสนาแบบเซ็นนั่นเอง

ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะได้ถูกดีไซน์แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก คือ โซนซูชิบาร์และห้องครัวแบบเปิด ให้คุณได้รับประทานอาหารและชมเชฟปรุงอาหารระดับมืออาชีพในเวลาเดียวกัน  โซนห้องส่วนตัว 4 ห้อง ซึ่งแบ่งห้องเป็นสองแบบ คือ ห้องที่นั่งแบบเสื่อทาทามิญี่ปุ่น  ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 ห้อง คือ ห้องอุเมะ และห้องฮากิ และสามารถเปิดเชื่อมรวมเป็นห้องใหญ่ได้สำหรับกลุ่มขนาดใหญ่ได้ถึง 22 ท่านอีกด้วย  และห้องนั่งแบบตะวันตกอีก 2 ห้อง คือ ห้องโมโม่ และห้องซากุระ  ทุกห้องปิด-เปิดด้วยประตูเลื่อนญี่ปุ่นแบบโชวจิ (Shou-ji) เพื่อคงคอนเซ็ปต์แบบญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่ดูโมเดิร์นด้วยกระจกที่มีสีสันสวยงามเพื่อไม่ให้ห้องดูขรึมจนเกินไป   และโซนสุดท้ายเป็นโซนส่วนกลางสำหรับนั่งรับประทานอาหาร ซึ่งกั้นแบ่งโต๊ะต่างๆด้วยผนังลายฉลุญี่ปุ่นเพื่อการรับประทานอาหารแบบส่วนตัวและเป็นสัดส่วน พร้อมทั้งที่นั่งโซฟา ซึ่งสามารถปิดกั้นทั้งโซนด้วยผนังฉลุลายเหมาะสำหรับจัดงานเลี้ยงวันเกิดหรือสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงอีกด้วย  

Romantic Japanese Menu
หากคุณกำลังมองหาสถานที่สำหรับเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันวาเลนไทน์ หรือโอกาสสำคัญอื่นๆ ให้ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้คุณมาใช้ช่วงเวลาดีๆกับคนที่คุณรัก อิมเอมไปกับอาหารญี่ปุ่นรสเลิศในแบบต้นตำรับที่เชฟของห้องอาหารรังสรรค์ออกมาด้วยใจและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเมนูแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เช่นเมนูไคเซกิ ชุดโอมากาเสะ หรือแม้แต่เมนูที่ผสมผสานระหว่างรสชาติแบบต้นตำรับกับการนำเสนอในรูปแบบสมัยใหม่ให้คุณได้เลือกลิ้มลอง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักและให้วันพิเศษของคุณเป็นวันที่พิเศษยิ่งไปกว่าวันไหนๆพร้อมสร้างความทรงจำที่สุดแสนประทับใจไม่รู้ลืม และนอกจากนี้ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ ขอนำเสนอเมนูใหม่ล่าสุดกับเมนูโอมากาเสะ ที่เป็นศิลปะการทำอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เชฟจัดให้ โดยเชฟจะเป็นผู้เลือกให้ว่าวันนี้ลูกค้าที่มาจะได้ลิ้มรสเมนูใดบ้าง ซึ่งเป็นเมนูที่เชฟต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญในการครีเอทเมนูเป็นอย่างมากในการนำเสนออาหารออกมาให้ได้ลิ้มลอง ทำให้ผู้ที่มากินได้เพลิดเพลินไปกับความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนสำเร็จออกมาเป็นแต่ละเมนู ซึ่งที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะจะมีเมนูโอมากาเสะให้เลือกทั้งหมด 2 คอร์ส ไม่ว่าจะเป็นคอร์สพรีเมียมโอมากาเสะ และคอร์สมินิโอมากาเสะ ซึ่งเมนูทั้งหมดที่ให้บริการในห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะอยู่ภายใต้การดูแลของเชฟชาตรี แปงศิลป์ หัวหน้าเชฟผู้มากประสบการณ์ในการทำอาหารญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี ซึ่งแม้กระทั่งเชฟสัญชาติญี่ปุ่นยังชื่นชมในฝีมือ เชฟชาตรีฝึกฝนการรังสรรค์อาหารญี่ปุ่นจากทั่วทุกภาคจากเชฟรับเชิญชาวญี่ปุ่นที่มาเสริมทัพความอร่อยที่ห้องอาหารคิสโสะตลอดทั้งปี 
Festive Menu
การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในประเทศที่รู้จักกันดีว่าเป็น "ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย" นั้นมีอยู่มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการชมแสงอรุณแรกของวันปีใหม่ การไปอธิษฐานขอพรที่ศาลเจ้าหรือวัด เป็นต้น และหนึ่งในนั้นก็จะรวมถึงการรับประทานอาหารมงคลหรือเรียกอีกชื่อนึงว่า โอเซจิเรียวริ ซึ่งแต่ละจานนั้นจะแสดงความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับอายุยืนยาว มีสุขภาพดี มีความสุข นอกเหนือจากยังยังมีโทชิโคชิโซบะ หรือโซบะแห่งความโชคดี และในทุกๆปีของเทศกาลปีใหม่ ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ได้จัดเตรียมเมนูสุดพิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือและความตั้งใจของเชฟที่จะส่งมอบแต่สิ่งที่ดีให้คุณและครอบครัวได้รับประทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ คัดเลือกมาอย่างดีกับวัตถุดิบชั่นดีจากญี่ปุ่นส่งตรงมาที่ห้องอาหารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองการก้าวข้ามเข้าสู่ช่วงเวลาปีใหม่ และเป็นเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของคนในครอบครัว  การเดินทางมาที่ห้องอาหารก็แสนจะสะดวกง่ายดายด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศกทางออกที่ 5 และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิท ทางออกที่ 3 
Sushi
ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดขึ้นมากมาย แต่เหตุผลหลักที่เราแนะนำห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะนากจากคุณจะได้ทานอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆคุณภาพดีและราคาไม่แพงแล้วนั้น คุณภาพของอาหารยังถูกเลือกสรรค์มาแล้วอย่างดี สะดวกสบายด้วยที่ตั้งของห้องอาหารที่อยู่ใจกลางกรุงเทพ (ย่านอโศก) ให้การเดินทางนั้นสะดวกขึ้นไปอีกด้วยการเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส (สถานีอโศก ทางออกที่ 5) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (สถานีสุขุมวิท ทางออกที่ 3) ตั้งอยู่บนชั้นที่ 8 ของโรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท  หลายหลายเมนูให้คุณเลือกสรรความอร่อยไปกับวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม สั่งตรงมาจากดินแดนต้นกำเนิด  ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาล เป็นเมนูพิเศษที่วัตถุดิบหาได้เฉพาะในฤดูกาลนำมาสร้างสรรค์เป็นหลากเมนูแสนอร่อยจากฝีมือเชฟผู้มากประสบการณ์ให้คุณได้ลิ้มลอง หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็น ปลากินดาระ เนื้อฮิดะ ปลากิงกิ ปลาหมึกหิ่งห้อย และอีกหลากเมนู อิ่มไม่อั้นแบบอร่อยตามสั่งกับมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ ใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์กับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนฝูง สุดว้าวไปกับหลายเมนูให้คนรักอาหารญี่ปุ่นได้ออเดอร์ความอร่อยกันแบบไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูซูชิและซาชิมิหลากหลายหน้า ขนกันมาทั้งทะเลไม่ว่าจะเป็นปลาฮามาจิ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน หอยปีกนก กุ้งหวาน หรือแม้แต่ซูชิหน้าตับห่าน และยังมีเมนูหม้อไฟนาเบะ เทมปุระ เมนูย่างถ่านไม้สามชนิด เมนูสารพัดเส้น และขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น อิ่มอร่อยมื้อกลางวัน จัดเต็มความอร่อยมื้อเที่ยงที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ ที่มีเมนูหลายหลายให้บริการไม่ว่าจะเป็นชุดข้าวกล่องเบนโตะ ที่จัดสรรทั้งอาหารคาวหวานภายในชุดเดียว เซ็ตมื้อกลางวันสำหรับครอบครัว ให้มื้อกลางวันเป็นวันที่มีความสุขสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูงและอิ่มอร่อยแบบมีคุณค่าทางโภชนาการกับชุดอาหารมื้อกลางวันชุดใหม่ล่าสุดทีห้องอาหารคิสโสะที่ได้รังสรรค์ขึ้นภายใต้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีเมนูไคเซกิ เมนูโอมากาเสะ และหมวดรายการอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของคิสโสะคือ เมนูชาร์โคล กริลล์ หรือรายการอาหารประเภทปิ้ง-ย่างด้วยถ่านไม้ ซึ่งเป็นวิธีการปรุงอาหารแบบโบราณดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่การ หุงข้าวโดยใช้ถ่านไม้และน้ำแร่ เพื่อให้ข้าวที่หุงนั้น ออกมาสวย หอม และดีที่สุด สำหรับอาหารปิ้ง-ย่างด้วยถ่านไม้ สไตล์ญี่ปุ่นตามตำราจะต้องใช้ถ่านไม้ถึง 3 ชนิด รวมกันในเตาย่างได้แก่ ถ่านที่ทำมาจากไม้ยูคาลิปตัส ไม้โกงกาง และไม้มะขาม ซึ่งความหอมของไม้แต่ละชนิดเมื่อมารวมกันจะทำให้รสชาติของอาหารที่ปิ้ง-ย่างมีความหอมอร่อยที่แตกต่าง และได้รับการการันตีความอร่อยด้วยรางวัลจากสื่อชั้นแนวหน้าในเมืองไทยหลายสำนัก
Sukhumvit Japanese Restaurant

หากคุณกำลังมองหาอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ มีคุณภาพ รสชาติต้นตำรับในราคาที่สามารถจับต้องได้ ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ โรงรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เยี่ยมยอดหากคุณต้องการลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นในรสชาตแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หลายหลายเมนูให้คุณเลือกสรรความอร่อยไปกับวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม สั่งตรงมาจากดินแดนต้นกำเนิด  ไม่ว่าจะเป็นเมนูซูชิ เมนูเบนโตะมื้อกลางวัน เมนูไคเซกิ เมนูโอมากาเสะ เมนูตามฤดูกาล เมนูมื้อค่ำ หรือเมนูอร่อยแบบตามสั่งกับมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ และหนึ่งในหมวดรายการอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของคิสโสะคือ เมนูชาร์โคล กริลล์ หรือรายการอาหารประเภทปิ้ง-ย่างด้วยถ่านไม้ ซึ่งเป็นวิธีการปรุงอาหารแบบโบราณดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่การ หุงข้าวโดยใช้ถ่านไม้และน้ำแร่ เพื่อให้ข้าวที่หุงนั้น ออกมาสวย หอม และดีที่สุด สำหรับอาหารปิ้ง-ย่างด้วยถ่านไม้ สไตล์ญี่ปุ่นตามตำราจะต้องใช้ถ่านไม้ถึง 3 ชนิด รวมกันในเตาย่างได้แก่ ถ่านที่ทำมาจากไม้ยูคาลิปตัส ไม้โกงกาง และไม้มะขาม ซึ่งความหอมของไม้แต่ละชนิดเมื่อมารวมกันจะทำให้รสชาติของอาหารที่ปิ้ง-ย่างมีความหอมอร่อยที่แตกต่าง

เปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม 1993 Kisso แปลเป็นภาษาไทยว่า "โชคดี มีแต่สิ่งดี ๆ" ซึ่งก็หมายถึงลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ห้องอาหารจะได้รับประทานแต่เมนูคุณภาพที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ดีๆ ผ่านฝีมือการปรุงจากเชฟมากประสบการณ์ และยิ่งไปกว่านั้นห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังได้รับรางวัลการันตีในความอร่อยกับรางวัล "ห้องอาหารญี่ปุ่นยอดเยี่ยม" ทางด้านคุณภาพอาหารและการบริการ จาก นิตยสารบางกอก เบสต์ ไดนิ่ง แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และ "ห้องอาหารญี่ปุ่นดีเยี่ยม" จากผู้อ่านนิตยสารไทยแลนด์ แทตเลอร์หลายปีซ้อน ซึ่งคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้อิ่มอร่อยกับแต่ละเมนูอาหารญี่ปุ่นในรสชาติต้นตำรับท่ามกลางบรรยากาศแบบญี่ปุ่นใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน 

Private room
สังสรรค์ไปกับทุกเทศกาลและโอกาสพิเศษที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ
ห้องอาหารญี่ปุ่น Kisso เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองวันพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน งานแสดงความยินดีต่างๆ ไปจนถึงการสังสรรค์ทางธุรกิจ ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะได้ถูกดีไซน์ให้สื่ออารมณ์และความรู้สึกให้แขกที่มารับประทานอาหารได้รู้สึกว่าเสมือนได้ไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ นับตั้งแต่เมื่อคุณย่างก้าวเข้ามาที่ห้องอาหาร ก็จะสัมผัสได้ถึงการตกแต่งด้วยถังเหล้าสาเก ต้นซากุระ ไล่ไปจนถึงลวดลายสลักและภาพวาดต่างๆที่อยู่ในห้องอาหาร นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวและที่นั่งที่แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก คือ โซนซูชิบาร์พร้อมห้องครัวแบบเปิด ให้คุณได้รับประทานอาหารและชมเชฟปรุงอาหารระดับมืออาชีพในเวลาเดียวกัน  โซนห้องส่วนตัว 4 ห้อง ซึ่งแบ่งห้องเป็นสองแบบ คือ ห้องที่นั่งแบบเสื่อทาทามิญี่ปุ่น พร้อมผ่อนคลายสายตาไปกับสวนเล็กๆแบบญี่ปุ่นภายในห้อง ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 ห้อง คือ ห้องอุเมะและห้องฮากิ สามารถเปิดเชื่อมรวมเป็นห้องใหญ่ได้สำหรับกลุ่มสังสรรค์ขนาดใหญ่ได้ถึง 22 ท่านอีกด้วย อีกทั้งยังมีห้องนั่งแบบตะวันตกอีก 2 ห้อง ได้แก่ห้องโมโม และห้องซากุระ  ทุกห้องปิด-เปิดด้วยประตูเลื่อนญี่ปุ่นแบบโชวจิ เพื่อคงคอนเซ็ปต์แบบญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่ดูโมเดิร์นด้วยกระจกที่มีสีสันสวยงามเพื่อไม่ให้ห้องดูขรึมจนเกินไป  เหมาะแก่การสังสรรค์แบบเป็นทางการหรือการสังสรรค์ทางธุรกิจ และโซนสุดท้ายเป็นโซนส่วนกลางสำหรับนั่งรับประทานอาหาร ซึ่งกั้นแบ่งโต๊ะต่างๆด้วยผนังลายฉลุญี่ปุ่นเพื่อการรับประทานอาหารแบบส่วนตัวและเป็นสัดส่วน พร้อมทั้งที่นั่งโซฟาซึ่งสามารถปิดกั้นทั้งโซนด้วยผนังฉลุลายเหมาะสำหรับจัดงานเลี้ยงวันเกิดหรือสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงอีกด้วย
Business Room
มาเติมเต็มความอร่อยกับต้นตำรับอาหารญี่ปุ่นที่มีความพิเศษเฉพาะกับห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ เปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯเป็นห้องอาหารที่เหมาะแก่การเลี้ยงแบบกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ รวมไปถึงการสังสรรค์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อกลางวันหรืออาหารมื้อค่ำ สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 110 ท่าน หลากหลายตัวเลือกกับห้องส่วนตัวที่ถูกออกแบบมาอย่างดีให้เข้ากับงานทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน งานแสดงความยินดีต่างๆ ไปจนถึงการสังสรรค์ทางธุรกิจ ให้ทุกการรับประทานอาหารของลูกค้าหรือคนสำคัญของคุณเป็นที่น่าจดจำ พร้อมทั้งพื้นที่รับประทานอาหารแบบเปิดโล่ง สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 58 ท่าน เคาเตอร์ซูชิบาร์ 12 ท่าน ซึ่งห้องรับรองแบบส่วนตัวต่างๆสามารถรองรับตามแต่จำนวนของลูกค้าดังต่อไปนี้

  • Sakura ห้องซากุระ รองรับแขกด้วยโต๊ะสากล จำนวน 10 ท่าน
  • Momo ห้องโมโมะ รองรับแขกด้วยโต๊ะสากล จำนวน 10 ท่าน
  • Ume ห้องอูเมะ รองรับแขกด้วยตั่งบนเสื่อญี่ปุ่นตาตามิ จำนวน 10 ท่าน
  • Hagi ห้องฮากิ รองรับแขกด้วยตั่งบนเสื่อญี่ปุ่นตาตามิ จำนวน 10 ท่าน

หมายเหตุ: ห้องอูเมะและห้องฮากิสามารถเชื่อมต่อกันเพื่อรองรับแขกได้สูงสุดถึง 24 ท่าน นอกจากนั้นห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังมีห้องโบตั๋น สำหรับจัดการประชุมและจัดเลี้ยงรับรองกลุ่มลูกค้าได้มากสูงสุดถึง 60 ท่านอีกด้วย

 

นอกจากนี้ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังมี เมนูตามฤดูกาลสุดพิเศษ ที่นำมาสร้างสรรค์เป็นหลากเมนูแสนอร่อย หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น เช่นเมนูปลากินดาระ เนื้อฮิดะ ปลากิงกิ ปลาหมึกหิ่งห้อย และอีกหลากหลายเมนู หรือถ้าคุณชอบทานอาหารหลากรูปแบบในคราวเดียวกัน ก็ยังมีเมนู อิ่มอร่อยแบบไม่จำกัดกับมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูซูชิและซาชิมิหลากหลายหน้า ขนกันมาทั้งทะเลไม่ว่าจะเป็นปลาฮามาจิ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน หอยปีกนก กุ้งหวาน หรือแม้แต่ซูชิหน้าตับห่าน และยังมีเมนูหม้อไฟนาเบะ เทมปุระ เมนูย่างถ่านไม้สามชนิด เมนูสารพัดเส้น และขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ราคา 1,950++ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งไวน์ ชาเขียวร้อนหรือเย็น  หรือคุณจะเลือกอิ่มอร่อยแบบเมนูอะลาคาร์ท ก็มีให้คุณได้เลือกอร่อยอย่างจุใจ

Sake Beverage Menu
หลากหลายเครื่องดื่มคุณภาพคัดพิเศษ รอให้บริการทุกท่านที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ

ทันที่ที่คุณย่างก้าวเข้ามาที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิศโสะ คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นด้วยการตกแต่งจากถังสาเกที่เรียงรายอยู่ด้านหน้าทางเข้าภายใต้การจัดแสงที่ให้โทนอบอุ่นดูสบายตา บ่งบอกอย่างเป็นนัยว่านอกจากอาหารญี่ปุ่นชั้นเยี่ยม ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังมีครื่องดื่มชั้นเยี่ยมคอยให้บริการทุกท่านอีกด้วย และหากพูดถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับอาหาร เครื่องดื่มที่ใครๆ นึกถึงเป็นอย่างแรกเลยก็คือเครื่องดื่มที่มีอายุยาวนานอย่าง "ไวน์" เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีหลายประเภททำให้สามารถจับคู่กับอาหารได้หลากหลายชนิด แต่ทุกวันนี้เริ่มมีการนำเครื่องดื่มอื่นๆมาจับคู่กับอาหารมากขึ้นซึ่งรวมไปถึงเครื่องดื่มสาเกที่มีให้บริการที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ นอกจากนี้การจับคู่เครื่องดื่มกับอาหารถือเป็นหนึ่งศิลปะการรับประทานอาหารคู่กับเครื่องดื่มเพื่อสร้างสุนทรียะทางการรับประทานให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆในมื้ออาหาร

สาเก เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมักจากข้าว มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นซึ่งคำว่า สาเก ในภาษาญี่ปุ่นเป็นคำที่ใช้เรียกเครื่องดื่ม "แอลกอฮอล์" แต่เพื่อให้เรียกง่าย ๆ เรามักเรียกรวมๆว่า "สาเก" โดยมาจากส่วนประกอบหลักทั้ง 4 อย่าง ได้แก่ ข้าว น้ำ ยีสต์ และโคจิเป็นหัวใจสำคัญในกรรมวิธีการทำสาเกที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีให้บริการแล้วที่ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะไม่ว่าจะเป็นเหล้าสาเกที่ให้รสชาตินุ่ม สะอาด เหมาะกับอาหารที่มีรสครีมมี่ เช่นสาเกมาซุมิ จุนไม ไดกินโจ คาราคุจิ จากเมืองนากาโนะ หรือมูสุ สาเก (สาเกเสิร์ฟในกล่อง) ที่มีให้ลิ้มรสถึง 3 แบบ ได้แก่ มาสุมิ จุนมัยกินโจ คะระคุจิ, คิคุซุย คะระคุจิ และ ฮากุซึรุ แล้วคุณจะติดใจหากได้ลองดื่มสาเกที่คิสโสะสักครั้ง หรือสามารถสอบถามรายละเอียดของเครื่องดื่มประเภทต่างๆที่ห้องอาหารมีให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ แชมเปญ ค็อกเทลและอื่นๆได้ที่พนักงานผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละจาน เพิ่มประสบการณ์การทานอาหารของคุณให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในแต่ละปีห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะยังมีอีเว้นท์พิเศษๆที่ได้เชฟอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงบินตรงมาจากแดนอาทิตย์อุทัยเพื่อจัดเทศกาลอาหารญี่ปุ่นพร้อมทั้งมีไวน์ดินเนอร์ที่ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์และสาเกมาร่วมงานพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมแบ่งปันไอเดียพร้อมความรู้ในการจับคู่อาหารแต่ละอย่างให้เหมาะสมกับเครื่องดื่มต่างๆอีกด้วย

มากกว่า 26 ปีของการเปิดให้บริการจากอดีตจนถึงปัจจุบันห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะก็ยังเป็นห้องอาหารที่ถูกขนานนามถึงอย่างแพร่หลายทั้งในเรื่องบรรยากาศและการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ยิ่งไปกว่านั้นคือความใส่ใจและความเชี่ยวชาญในการนำเสนออาหารญี่ปุ่นคุณภาพชั้นเลิศที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทั้งในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ เพื่อให้ทุกท่านได้ทานอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับแท้ เสมือนได้ไปทานถึงประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว